หายห่วง! ด้วย 5 วิธีแก้ปวดท้องประจำเดือน แก้ง่าย ได้ผลจริง

อาการท้องผูก หมายถึง ภาวะผิดปกติของการถ่ายอุจจาระ ลักษณะที่สำคัญ คือจำนวนครั้ง โดยทั่วไปจะน้อยกว่า 3 ต่อสัปดาห์ โดยลักษณะของอุจจาระเป็นก้อนแข็งๆ หรือก้อนเล็กลง

หากเราไม่ถ่ายอุจจาระเป็นเวลานานหลายวัน จะส่งผลให้การถ่ายอุจจาระในแต่ละครั้งมีความยากลำบากมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุจจาระจะจับตัวแน่นและแข็งอยู่ภายในลำไส้ใหญ่ ทำให้ขับถ่ายอุจจาระด้วยความยากลำบาก ส่งผลให้มีอาการปวดหน่วงที่ท้อง รวมถึงอาจปวดที่ทวาร หรือบางครั้งมีเลือดไหลจากอุจจาระบาดที่ลำไส้ใหญ่ตอนปลายได้

สาเหตุที่ทำให้ท้องผูก

การท้องผูกนั้นมีหลายสาเหตุด้วยกันอาทิ เช่น การรับประทานอาหาร การดื่มน้ำน้อย หรืออาจมีผลมาจากยาบางชนิด เป็นต้น ซึ่งเราได้สรุปออกมาเป็นข้อๆดังต่อไปนี้

  1. การอั้นอุจจาระเป็นประจำ จะทำให้นิสัยในการขับถ่ายเสียไป เพราะโดยปกติแล้วเมื่อมีอุจจาระไปรอบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย จะมีกระแสประสาทกระตุ้นเตือนให้เกิดการขับถ่าย หากอั้นบ่อยๆ ระบบก็จะเสียทำให้อุจจาระเกิดการสะสมในลำไส้ใหญ่นานจนเกินไป น้ำในอุจจาระจะถูกดูดกลับมากเกินไป ทำให้อุจจาระแห้ง-แข็ง
  2. รับประทานอาหารที่มีเส้นใยน้อยจนเกินไป เช่น เนื้อสัตว์ ขนมปัง เป็นต้น
  3. ไม่ออกกำลังกาย
  4. ดื่มน้ำน้อยเกินไปในแต่ละวัน
  5. มีความเครียดสะสม แต่บางครั้งเมื่อมีความเครียดก็อาจทำให้ท้องเสียได้เช่นกัน
  6. การใช้ยาระบายประเภทที่กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่เป็นประจำ จนทำให้เกิดการติดยา ไม่สามารถหยุดยาได้
  7. โรคต่อมไร้ท่อและความผิดปกติของเกลือแร่ในเลือด เช่น เบาหวานที่มีความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ แคลเซียมในเลือดสูงกว่าปกติ
  8. การมีสิ่งกีดขวางในทางเดินอาหาร เช่น ลำไส้ตีบตัน เนื้องอกในลำไส้
  9. ผู้ป่วยที่นอนพักรักษาตัวบนเตียงเป็นระยะเวลานาน ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทไขสันหลัง
  10. ยาบางชนิดทำให้ลำไส้ทำงานน้อยลง เช่น ยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก ยาแก้ปวดกลุ่มมอร์ฟีน ยาลดกรดที่มีเกลืออะลูมิเนียม ยารักษาอาการทางจิตบางอย่าง เป็นต้น

แล้วแบบนี้ถ้าท้องผูกจะต้องทำอย่างไร อาการถึงจะดีขึ้น ??

โดยทั่วไปแล้วจะมีแนวทางในการลดอาการท้องผูกดังนี้ค่ะ ได้แก่

  1. เลือกรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารมากๆ เช่น ผัก ผลไม้ เป็นต้น
  2. เลือกรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มสมุนไพรที่ช่วยในการระบาย เช่น แกงส้มมะรุม แกงขี้เหล็ก แกงเหลืองใส่ส้มแขก น้ำส้ม น้ำเม็ดแมงลัก เป็นตัน
  3. ออกกำลังกายเป็นประจำ สม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 – 60 นาที สัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้ง
  4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละ 8 – 10 แก้ว หรือวันละ 5 – 2 ลิตร
  5. ฝึกการถ่ายเป็นประจำให้เป็นนิสัย และไม่ควรอ่านหนังสือพิมพ์หรือทำอะไรระหว่างขับถ่าย
  6. จัดท่านั่งการถ่ายอุจจาระให้ถูกต้อง หากปั่นชักโครก ควรหาเก้าอี้มาวางรองเท้า ให้เข่าสูงกว่าสะโพกเล็กน้อย ใช้รางกายทำมุม 35 องศา หากหาเก้าอี้ไม่ได้ ให้โน้มตัวมาข้างหน้า ให้เอาแขนชันหัวเข่าไว้ก็ได้
  7. การใช้ยาระบาย วิธีนี้เป็นทางเลือกสุดท้าย หากจำเป็นต้องใช้ ควรปรึกษาแพทย์ และรับประทานยาตามแพทย์สั่ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>